ป้าเช็ง….หรือแกจะเป็นศาสดาอีกคนหนึ่ง

ภาพน้ำหมักขยะป้าเช็ง ยังติดหูติดตาผมอยู่ จากสารพัดสื่อ แต่เมื่อวานผมย้ายไปอยู่บ้านที่อุดร ถึงรู้ว่าทางครอบครัวก็เสพย์น้ำหมักของป้าเช็ง  และต้องพาพ่อเดินทางไปซื้อน้ำหมักป้าเช็งเพราะมีคนฝากซื้อ  …หมดเงินไปเป็นหมื่น  แม่แนะนำให้ดื่มน้ำหมักด้วย  แต่ผมไม่คิดจะดื่ม แต่ถ้าบอกให้พ่อแม่เลิกใช้น้ำหมักตอนนี้ มันจะเหมือนกับการบอกว่า “หยุดเชียร์พันธมิตร” ยังงัยยังงั้น …หลายบ้านทะเลาะกันเรื่องน้ำหมักนี่แหล่ะ

บ้านป้าเช็ง

บ้านป้าเช็ง  กว่าจะเข้ามาได้ อยู่แถวรังสิต ซอยบงกช 51 เข้าซอยอื่นมาลำบาก

โรงงานป้าเช็ง

โรงงานที่กำลังจะสร้างทำน้ำหมัก

ภาพที่เห็นเมื่อวานระหว่างนั่งรอพ่อซื้อน้ำหมักคือ ผมไปแต่เช้านะไปถึง 8 โมงเช้าวันอาทิตย์ แต่คนทยอยมาซื้อน้ำหมักอยู่าเรื่อยๆ ในซอย บงกช 51 เป็นถนนที่แคบมาก บ้านป้าเช็งอยู่ลึก พื้นที่ดูกันดาร แต่ฝั่งตรงข้ามคือบ้านจัดสรร และถัดไปน่าจะเป็นทุ่งนา เพราะเห็นเขาเลี้ยงควาย

คนที่มาซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือวัยกลางคน มากันด้วยรถยนตร์ รถแท็กซี่  ส่วนประเภทน้ำหมักมีอยู่สี่อย่างได้แก่  มหาบำบัด เจียรนัยเพชร น้ำหมักผลไม้ และน้ำพลอยเพชร ส่วนสรรพคุณรักษาโรค  ให้บรรยายร้อยบรรทัด ไม่จบ  นอกจากนั้นก็ยังมีอุปกรณ์ที่ใช้ทำน้ำหมัก เอกสาร วิซีดีสอนทำน้ำหมัก และเสื้อซุปเปอร์เช็งแฟนคลับ

คนที่ไปซื้อถ้าให้ดูจากการแต่ตัว ก็มีหลายระดับฐานะ แต่ไปแล้วเสียเงินกันเป็นพันเป็นหมื่น ส่วนใหญ่เหมือนจะเอาไปขายต่อหรือมีคนฝากซื้อ  และหลายคนที่ไปก็จะถามหาป้าเช็ง  แต่วันนั้นคนขายบอกว่าป้าไม่ว่าง

ซื้อเสร็จกลับมาบ้าน เห็นเคเบิ้ลทีวี ไม่รู้ช่องไหน แต่มีช่องป้าเช็ง ในรายการสบายๆ ไสตล์ ป้าเซ็ง …สาระที่ได้ก็จะเป็นการโทรมาของผู้ป่วย ว่าใช้มหาบำบัดรักษาอะไรได้บ้าง เปิดอินเตอร์เน็ต ก็พบว่ามี “ป้าเช็งแฟนคลับ” เป็นบอร์ดที่เขามาแชร์ประสบการณ์การใช้น้ำหมัก

ขวดเล็กๆเท่านี้ ขายขวดละพันเลยนะ ถ้าถามว่าทำไมไม่หมักเองเลย …เพราะต้องใช้เวลาหมักถึ 10 ปี (ตามเขาโฆษณา)

ภาพที่ยังติดตาผมอยู่คือ ภาพที่ตำรวจบุกบ้านป้าเช็ง เปิดดูถังน้ำหมัก แล้วดูเหมือนน้ำขยะ ทั้งการวิพากษ์อย่างเสียๆหายจากคนไม่เคยแม้แต่ไม่เคยได้สัมผัสน้ำหมัก   รวมถึงข่าวการตั้งข้อหาจากตำรวจ และมีการออกมาแฉเรื่องตาบอดเพราะน้ำหมักจากชายคนหนึ่ง  ….หลังจากนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  กิจการป้าเช็งใหญ่โตอย่างที่ผมเองไม่คาดคิดว่าจะอยู่ได้ถึงวันนี้ นึกว่าจะเจ๊งไปตั้งแต่วันที่มีข่าวแล้ว

ทั้งหมดที่เติบโตมาได้ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเคเบิ้ลทีวี ที่มีช่องป้าเช็ง เป็นสื่อที่เข้าถึงแม่บ้านหรือผู้สูงอายุง่าย  เดี๋ยวนี้ใครๆก็มีเคเบิ้ลทีวี และกลุ่มที่สนใจเรื่องสุขภาพที่สุดก็คือกลุ่มผู้สูงอายุ  และจากกลุ่มผู้มีเคเบิ้ลทีวีก็จะกระจายข่าวไปยังคนไกล้เคียง จนเกิดการบอกต่อไปเรื่อยๆ

นอกจากนั้นป้ายังมีกิจกรรมเป็นงานบรรยายเกี่ยวกับน้ำหมักนี่แหล่ะ โดยเชิญแพทย์แผนไทยมาร่วมบรรยายสรรพคุณ  วันนี้ในสายตาผมป้าเช็งแกดูเป็นศาสดาคนหนึ่งของคนใช้น้ำหมัก  …แต่ประเด็นสำคัญ ไม่ใช่แค่ ป้าเช็ง  แต่เพราะว่ายังมีคนใช้ เลยอยู่มาได้จนถึงวันนี้  ถ้าใช้แล้วแย่ทำไมถึงยังมีคนใช้ หลายคนใช้มาอย่างต่อเนื่องด้วยนะ

ส่วนตัว “น้ำหมัก” ถ้าถามว่าผมเชื่อไหม  ขอตอบว่า “ไม่รู้” แล้วกัน  เพราะยังไม่เคยลอง ยังไม่คิดจะลองด้วย  สุขภาพผมก็ใส่ใจนะ แต่ขอใช้วิธีอื่นดูแลตัวเองก่อนแล้วกัน  เอาไว้วันไหนได้ลองชิมก่อน แล้วจะเอามาเล่าให้ฟังวันหลังว่ารสชาติเป็นยังงัย